ตลาด Skincare โตขึ้นทุกปี ทำให้ผู้ประกอบการทั้งหน้าใหม่และเก่า ที่มีผลิตภัณฑ์ของตัวเองต้องแข่งกันสูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาดออนไลน์ หรือ Facebook Ads 

วันนี้ AntiClassroom ได้รับเกียรติจากพี่ง้วง 1 ในผู้สอนของเรา ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำโฆษณา Facebook การันตีด้วย Certificated จาก Facebook Blueprint ด้าน Media Planning และ Media Buying มาพูดคุยและช่วยแนะแนวทางให้เจ้าของแบรนด์ต่างๆทำโฆษณา Facebook ได้อย่างมีกลยุทธ์และชั้นเชิง ที่ส่งผลให้สามารถควบคุมงบประมาณ และเป็นที่จดจำของลูกค้าได้

พี่ง้วงคิดว่าตลาด Skincare ณ ปัจจุบันยังไปต่อได้ไหมคะ เนื่องจากมีผู้เล่นหน้าใหม่เยอะขึ้นมากทั้งแบรนด์ไทย แบรนด์ต่างประเทศ ?

พี่ง้วงคิดว่าตลาด Skincare สามารถไปต่อได้อีกไกลครับ และยังไม่ถึงจุดอิ่มตัวแน่นอน แต่อาจจะต้องกลับมาเน้น ในส่วนของคุณภาพสินค้าที่เกิดผลลัพธ์กับผู้ใช้จริงๆ และเกิดการซื้อซ้ำ ทำให้มีลูกค้าประจำ

สินค้าแบบขายเอาฉาบฉวยจะขายยากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคมีทางเลือกเยอะมาก ดังนั้นอะไรไม่ดี หรือ Overclaim จะไม่สามารถขายได้นานอีกต่อไปครับ

ปัจจัยที่เอื้อให้ผลิตภัณฑ์ Skincare ได้รับการตอบรับที่ดีในการทำโฆษณา Facebook เช่นค่า Ads ไม่สูงไปและเกิดยอดขาย คืออะไรคะ ?

ปัจจัยที่ทำให้ค่า Ads ไม่แพงเกินไป โดยที่สามารถทำยอดขายได้คือเราต้องรู้ก่อนว่า “ลูกค้าเราคือใคร” เขามีปัญหาเรื่องไหนที่ Skincare หรือสินค้าของเราสามารถแก้ปัญหาให้เขาได้

จากนั้นให้เราทำ Content โฟกัสที่ปัญหานั้น ทำให้ลูกค้าที่มีปัญหาสนใจและรู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับ Content เรา เป็นจุดเริ่มต้นของการที่ลูกค้าทักมาสอบถาม และสร้างยอดขายได้ครับ

ตัวอย่าง Report การทำโฆษณาในกลุ่ม  Skincare ของพี่ง้วง

และอันนี้เป็นข้อสังเกตของพี่ง้วงนะครับ ปัจจุบันคนส่วนใหญ่เลือกที่จะทำ Content ที่บอกแต่สรรพคุณ และเลือกเนื้อหาที่กลางๆ แต่ไม่ได้ทำ Content เพื่อคุยกับลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จึงส่งผลให้ค่า Ads แพงได้ครับ เพราะทุกคนก็ทำแบบเดียวกัน

ทั้งนี้เมื่อลูกค้าได้ทดลองสินค้าและเห็นผลลัพธ์จริง จะทำให้เกิดการซื้อซ้ำ เมื่อมีลูกค้าสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง ก็จะส่งผลให้ค่าเฉลี่ยของต้นทุนค่า Ads ถูกลงครับ หรือแทบจะเป็น 0 ครับ

Skincare ทางเลือกเช่น Organic Skincare ในมุมมองของพี่ง้วงถือเป็นสินค้าที่ทำโฆษณา Facebook ยากหรือง่ายกว่า skincare ทั่วไปคะ ?

ปัจจุบันสินค้า Organic ถือว่ามาแรง และเป็นเทรนด์ในอนาคตที่ความต้องการสูงขึ้นมาก แต่ทั้งนี้จากประสบการณ์ สินค้า Organic ยังมีราคาสูง จึงยังคงมีผู้ให้ความสนใจในวงเฉพาะ ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายสำหรับ Organic อาจต้องทำเป็นลักษณะ Personalized โดยเลือกกลุ่มที่มีความเจาะจงว่าชื่นชอบสินค้า Organic และมีกำลังใช้จ่ายในสินค้าด้วยครับ

ข้อแนะนำที่พี่ง้วงอยากฝากสำหรับเจ้าของแบรนด์ Skincare ?

หลักๆเลยเราควรพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ เห็นผลลัพธ์ได้ตามที่โฆษณา โดยอาจเลือกกลุ่มลูกค้าในฝันของเรา เฉพาะกลุ่ม เฉพาะอาการ หรือเฉพาะช่วงวัย เช่น Skincare สำหรับคุณแม่หลังคลอด Skincare สำหรับ ผู้ใหญ่วัย 40 ขึ้นไปเป็นต้น

และเนื่องจากสินค้า Skincares ปัจจุบัน ลูกค้าอาจใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อนานขึ้นกว่าปกติ ดังนั้นในการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะ Facebook เราควรนำส่งโฆษณาไปตามพฤติกรรมของมนุษย์หรือที่เรียกว่า Sales Funnels

เช่นโฆษณาแรกเป็นตัวเปิดใจ โฆษณาตัวที่สองเป็นรีวิวการใช้สินค้า โฆษณาตัวสุดท้ายเป็นโปรโมชั่น

ถ้าสินค้าดีมีคุณภาพ ลูกค้าซื้อซ้ำ เสริมด้วยการทำ Sales Funnels อย่างมีกลยุทธ์จะทำให้เรายืนอยู่เหนือตลาด และมีกำไรอย่างยั่งยืนได้ครับ

เชื่อว่าอ่านกันมาถึงตรงนี้ หลายท่านน่าจะเริ่มมองออกว่าจะหยิบจับอะไรไปลองปรับใช้ และบรรเทาความเครียดในการทำธุรกิจไปได้ไม่มากก็น้อยค่ะ แล้วพบกับ Solution การตลาดออนไลน์จาก AntiClassroom และพี่ง้วงได้ใหม่ครั้งหน้านะคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยค่ะ

ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์อื่น ๆ ของพี่ง้วง

เวิร์กชอปของพี่ง้วง 

สอบถามเพิ่มเติม

Pin It on Pinterest

Shares