3 สิ่งที่ผู้นำที่แข็งแกร่งต้องเผชิญ

การเลือกทำสิ่งที่มีความหมายนั้นไม่เคยง่าย และมีแต่ผู้ที่ตัดสินใจเลือกแล้วเท่านั้นที่จะพร้อมเผชิญ แต่ก็เพราะรู้ว่าเบื้องหลังนั้นทำไปเพื่อใครและเพื่ออะไร จึงเป็นแรงผลักดันให้มนุษย์ที่ขึ้นชื่อว่าผู้นำหลายคน หลายยุค หลายสมัย ต่างพัฒนาตัวเองทั้งกายใจเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเสียดทานให้ตัวเอง และ AntiClassroom เชื่อว่ามี 3 สิ่งที่เหมือน ๆ กันที่พวกเขาต้องเผชิญและมันช่วยหล่อหลอมให้พวกเขามีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

 

1. ความไม่ถูกใจทุกคน

การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ผู้นำคือผู้ที่สามารถมองเห็นทิศทางที่ควรเดิน พฤติกรรมที่ควรมี การกระทำที่เป็นประโยชน์ ซึ่งในทุกการตัดสินใจที่จะยกระดับสิ่งต่าง ๆ ผ่านการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นในแง่ก็ดี ระบบการทำงานก็ดี เป็นไปไม่ได้เลยที่จะออกมาถูกใจทุกคน

ตัวอย่าง

คุณ A ต้องการที่จะ “เลิกหยวน” กับพฤติกรรมบางอย่างและวัฒนธรรมองค์กรที่ทำให้องค์กรไม่สามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งรวมไปถึงการเติบโตส่วนบุคคลของคนในทีมด้วย แต่ด้วยความที่ตัวเองเป็นทายาทรุ่นที่ 2 และพนักงานส่วนใหญ่ก็คุ้นชินกับสิ่งเดิม ๆ มา จึงไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร การตัดสินใจประกาศ Mission ของคุณ A ส่งผลให้พนักงานรู้สึกไม่ Buy in แต่คุณ A ก็เข้าใจและพร้อมเผชิญ

3. ความไม่สมบูรณ์แบบ

ผู้นำหลายท่านเพื่อเป้าหมายแล้วต่างยอมแลก Comfort zone ของตัวเอง เพื่อที่จะลุย สร้างโอกาสความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจและทีมงาน แต่พวกเขาก็มีความเข้าใจจากประสบการณ์ดีที่ว่า ต่อให้ทุ่มเทอย่างสุดกำลัง ความสามารถ สิ่งต่าง ๆ ก็อาจจะออกมาไม่สมบูรณ์แบบทั้งหมด

ตัวอย่าง

คุณ B อยู่ในธุรกิจการบริการและได้ทำการบ้านมาอย่างดีในการคอยปรับแต่ง SOP ให้อยู่ในมาตรฐานที่สูงขึ้นอยู่เสมอ แต่อาจมี Complain จากลูกค้า จากเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงมาก่อนได้ ส่งผลให้ทำยอดขายคลาดเคลื่อนไปจากเป้า ทางทีมผู้บริหารจึงต้องมีกรณีศึกษาจาก Case ที่เกิดขึ้นและการพัฒนาตัว SOP เพื่ออุดรูรั่วให้ดีขึ้นอยู่เสมอ

3. ความโดดเดี่ยว

ผู้นำไม่เพียงแต่ต้องเป็นผู้ตัดสินใจสิ่งต่าง ๆ ที่สำคัญเพียงลำพัง บางจังหวะก็วันละหลาย ๆ ครั้ง และต้องยอมรับทุกการตัดสินใจของตัวเอง รวมถึงการลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยที่บางครั้งตัวผู้นำเองก็ไม่ได้อยู่ในสภาวะที่พร้อมเผชิญแรงกดดันได้ 100% จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่รู้สึกว่าเส้นทางที่ตัวเองเลือกมีความโดดเดี่ยวปะปนเข้ามา แต่ตัวผู้นำเองก็เข้าใจว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ตัวอย่าง

คุณ C ที่เป็นผู้บริหารบริษัทการลงทุนแห่งหนึ่งรู้สึกว่าบางครั้งงานรูทีนที่ทำเป็นอัตโนมัติจนเคยชินและดูเหมือนไม่เหลือความท้าทายอยู่ในนั้น สามารถ Trigger ความรู้สึกโดดเดี่ยวให้เกิดขึ้นได้ อาจเป็นเพราะหลาย ๆ ปัจจัยเช่นรู้สึกว่ามีแต่ตนเองที่เข้าใจเนื้องาน ซึ่งแม้จะทำออกมาได้ดี แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าถ้ามีคู่คิดที่เข้าขาก็อาจจะสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ได้ต่างออกไปในหลากหลายแง่มุมมากขึ้น

มาถึงตรงนี้ เราเชื่อว่าผู้อ่านที่เป็นทั้งผู้นำ และบุคคลทำงานทุกท่านที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ น่าจะนึกเรื่องราวของตัวเองที่ได้ฟันฝ่ามาในทำนองเดียวกันออกและรู้สึกภูมิใจในตัวเองที่ได้บอกให้ตัวเองลุกขึ้นมาสู้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เราขอเป็นอีกกำลังใจให้กับผู้นำทุกท่านค่ะ 😊

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *