blog Archives - AntiClassroom

blog

3 กลยุทธ์ที่ผู้นำทำได้จริงในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีถือเป็นสิ่งสำคัญของการเป็นผู้นำในธุรกิจยุคใหม่ ในขณะที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ผู้นำจะต้องปรับปรุงทักษะและความรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความเกี่ยวข้องและมีประสิทธิภาพ วันนี้ AntiClassroom จะมาแบ่งปันวิธีการที่เราเชื่อว่าจะช่วยให้ผู้นำสามารถนำพาองค์กรในการปรับตัวได้อย่างเท่าทันเทคโนโลยี   1 การส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องภายในองค์กร สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะผ่านหลักสูตรออนไลน์ หรือการเข้าร่วมการประชุม การทำเวิร์กชอปที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่าง ๆ ด้วยการให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และการพัฒนา ผู้นำไม่เพียงแต่เพิ่มขีดความสามารถของทีมเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ทีมมีความคล่องตัว คุ้นชินในการตอบสนองความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอีกด้วย 2 นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในองค์กร กลยุทธ์สำคัญอีกประการหนึ่งในการปรับตัวนำพาทีมให้ตามทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี คือการนำมันเข้ามาใช้ในองค์กรของคุณ เช่นการใช้ประโยชน์จากซอฟต์แวร์ที่รวบรวมและวิเคราะห์ความพึงพอใจของลูกค้าจากช่องทาง Social Media ต่าง ๆ หรือการเก็บข้อมูลผ่าน Cloud Solution เป็นต้น และนอกจากการนำเครื่องไม้เครื่องมือทางเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในองค์กรแล้ว ตัวผู้นำที่จะต้องหัดประเมินว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนของเทคโนโลยี ต้นทุนของเวลาที่เมื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ความสามารถในการปรับตัวของพนักงาน และอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องนั้นสามารถรวมเข้ากับกระบวนการทางธุรกิจของตนได้อย่างไร เพื่อตระเตรียมความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายในอนาคต 3 การสร้างเครือข่ายและความร่วมมือที่แข็งแกร่ง Connection ที่ดี และการร่วมมือร่วมแรงยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการช่วยให้ผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรมทำการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว และรวมถึงอาจจะสามารถสนุกไปกับมัน มากกว่าวิตกกังวลว่าตัวเองอาจจะเรียนรู้ไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระหว่างองค์กร การพูดคุยเรื่องเทคโนโลยีกับเพื่อนร่วมงานในอุตสาหกรรมที่คล้ายกันและแตกต่าง เพื่อได้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกและแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ความสัมพันธ์ลักษณะนี้รวมถึงการสนับสนุนและคำแนะนำอันมีคุณค่า จะช่วยให้ผู้นำหลายท่านก้าวผ่านความซับซ้อนของการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ นอกจากนี้ความร่วมมือกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีสามารถอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงเครื่องมือและบริการที่ล้ำสมัย ทำให้มั่นใจได้ว่าองค์กรของตัวเองยังคงอยู่ในระดับแนวหน้า …

3 กลยุทธ์ที่ผู้นำทำได้จริงในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี Read More »

ความท้าทาย เป้าหมาย ภาวะผู้นำในที่ทำงาน

ภาวะผู้นำในที่ทำงานคืออะไร ? ถ้ามองแบบผิวเผินแล้ว เราอาจเข้าใจว่าตำแหน่ง CEO ที่อยู่ในตำแหน่งสูงสุดจะต้องเป็นผู้ที่มีภาวะผู้นำมากกว่าตำแหน่ง Supervisor หรือตำแหน่งอื่น ๆ ในองค์กร ซึ่งมันก็อาจจะถูกแต่ก็ไม่เสมอไป แต่การที่ใครจะมีภาวะผู้นำมากกว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญของบทความนี้ เพราะในสถานที่ที่เรียกว่าที่ทำงานนั้นประกอบด้วยผู้คนหลายประเภทที่มีหน้าที่รับผิดชอบในบทบาทของตัวเองและส่งมอบมันออกมาให้ดีที่สุด ดังนั้นไม่ว่าใครจะอยู่ในตำแหน่งลำดับชั้นไหนขององค์กร การที่ทุกคนถูกปลูกฝังมุมมองและวิธีการให้รู้จักรับมือกับความท้าทาย เพื่อก่อให้เกิดภาวะผู้นำจากภายในของแต่ละคน ย่อมเป็นประโยชน์กับเจ้าตัว และองค์กรมากกว่า ในบทความนี้เราจะมาแบ่งปัน 3 ความท้าทายของผู้นำในที่ทำงาน ที่ผู้เข้าร่วมอบรมมักจะแบ่งปันและเมย์จะได้ยินอยู่บ่อย ๆ ในเวิร์กชอป และวิธีการที่ผู้นำสามารถใช้เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านั้น 1 ความท้าทายในการสื่อสาร การสื่อสารเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญมากในการผลักดันเป้าหมายต่าง ๆ ขององค์กรให้สำเร็จลุล่วง การสื่อสารให้เพื่อนร่วมงาน ได้เห็นภาพเข้าใจตรงกัน มาจากการพยายามขัดเกลาวิธีการสื่อสารของตัวเอง สื่อสารกับบุคคลที่มีลักษณะแตกต่างกันเพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์เป็นสิ่งที่ดี และในทางเดียวกันมันก็ส่งผลกับความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมงานด้วย การร่วมลงมือลงแรงฟันฝ่าอุปสรรคไปด้วยกันไม่ได้อาศัยเพียงวาทศิลป์ แต่ยังมาจากสายสัมพันธ์ที่ดีก่อนหน้านี้ระหว่างทีม ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพูดไม่เก่ง ไม่ค่อยมั่นใจเวลาที่ต้องออกความคิดเห็น อาจลองหาโอกาสในการฝึกฝนตัวเอง เช่นสมมุติว่ามีการประชุมกับทีมทุกวันพุธ คุณสามารถเริ่มจากการหัดเขียนสิ่งที่ตัวเองอยากนำเสนอในวาระการประชุมออกมาในกระดาษ และลองอ่านมันออกมา การเขียนและอ่านซ้ำ หัดปรับแต่งรูปประโยคจะช่วยให้ภาษาที่ใช้มีความสละสลวย น่าฟังยิ่งขึ้น เมื่อคุณมั่นใจในการสื่อสารของตัวเองมากขึ้นแล้ว อาจลองท้าทายตัวเองด้วยการลดการใช้คำที่ไม่จำเป็นออก ทำให้การสื่อสารมีความสั้น กระชับ และตรงประเด็นมากขึ้น (เป็นสิ่งที่คุณแดเนียล นักจิตวิทยาองค์กร และที่ปรึกษาธุรกิจเคยให้แนะนำกับเมย์ เมื่อต้องหัดนำเสนอสิ่งใหม่ …

ความท้าทาย เป้าหมาย ภาวะผู้นำในที่ทำงาน Read More »

Tips 10 ข้อสำหรับการเข้างาน Business Event แบบมืออาชีพ ได้เพื่อนใหม่ ต่อยอดธุรกิจ

ใกล้เข้ามาแล้วกับงาน Networking & Meetup ของ AntiClassroom และครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ ตรงที่เราชวนท่านที่ยังไม่เคยเข้าเวิร์กชอปของเรามาก่อน นอกจากนักเรียนเก่าของเราได้มาลองสัมผัสบรรยากาศในการพบปะและรูปแบบการ Discussion ของเรา โดยเราหวังว่าจะมีมิตรภาพใหม่ สิ่งใหม่ที่น่าสนใจและต่อยอดกันได้เกิดขึ้นระหว่างนักเรียนเก่าและผู้สนใจ แน่นอนว่าผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่กว่า 99% เท่าที่เก็บข้อมูลในขณะนี้จะเป็นเจ้าของธุรกิจจากหลายอุตสาหกรรม แต่สำหรับใครที่แม้ไม่ใช่เจ้าของธุรกิจ แต่มีความสนใจ อยากเปิดโลกให้ตัวเองว่านักธุรกิจส่วนใหญ่เขาให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร พูดคุยกันอย่างไร และอยากมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนได้เก่งขึ้น ก็สามารถเข้าร่วม งาน Networking & Meetup ได้เช่นกัน และอยากให้ใช้พื้นที่นี้เป็นโอกาสในการฝึกฝนของคุณดู สำหรับผู้สนใจรายละเอียดเข้างาน Meetup ดูได้ที่นี่ สำหรับวันนี้ AntiClassroom นำ Tips ดี ๆ มากถึง 10 ข้อด้วยกันมาเป็นตัวช่วยสำหรับคุณ 1 รู้ว่าตัวเองอยากจะได้อะไรจากการร่วมงาน ก่อนจะเข้าร่วมงานอะไรก็ตาม คุณต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากได้อะไรกับไป ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Connection หา Partner ทางธุรกิจ หรือเรียนรู้เรื่อง Trend ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพราะการมีธงในใจว่ามางานนี้เพื่ออะไรจะกำหนดท่าที …

Tips 10 ข้อสำหรับการเข้างาน Business Event แบบมืออาชีพ ได้เพื่อนใหม่ ต่อยอดธุรกิจ Read More »

ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ซื้อซ้ำ ผู้นำตลาดเลือกทำการ Personalized ให้ลูกค้า แทนการสะสมแต้มแบบเดิม ๆ

ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา เมย์ได้มีโอกาสไปนั่งสังเกตการณ์ในร้านค้าแห่งหนึ่งและพบกับรายละเอียดของพฤติกรรมการซื้อที่น่าสนใจอยากนำมาแบ่งปันค่ะ เห็นด้วยไหมคะว่า ลูกค้าทุกคนมีนิสัยในการซื้อที่แตกต่างกัน ลูกค้าบางท่านมองหาสินค้าที่เป็น Rare Item ไม่ใช่ลูกค้าทุกคนจะจับจองได้ ลูกค้าบางท่านมองหาสินค้าอะไรก็ได้ที่ไม่เกินงบในกระเป๋า เพราะอยากลองใช้บริการดูสักครั้ง ลูกค้าบางท่านมองหาสินค้าที่เน้นบริการหลังการขายเป็นพิเศษ เพราะเคยมีประสบการณ์แย่ ๆ มาจากที่อื่น ดังนั้นถ้าพนักงานของเรารู้จักวิธีในการแกะรอยนิสัยในการซื้อของลูกค้า และนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ จะช่วยทำให้ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ของเราได้ดีขึ้นและเป็นตัวกระตุ้นให้พวกเขาตัดสินใจซื้อเพิ่มในครั้งถัดไป The more you engage with customers the clearer things become and the easier it is to determine what you should be doing. – John Russell เพื่อให้เห็นภาพว่าปรากฏการณ์ Personalized นี้กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก เรามาลองดูสถิติที่น่าสนใจที่เมย์เจอจาก Forbes กัน 80% ของผู้บริโภคซื้อสินค้ากับแบรนด์ที่ปรับเปลี่ยนประสบการณ์ให้เหมาะกับตนเองเท่านั้น – SmarterHQ 91% ของผู้บริโภคกล่าวว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้ากับแบรนด์ที่ให้ข้อเสนอและคำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับพวกเขา – …

ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ซื้อซ้ำ ผู้นำตลาดเลือกทำการ Personalized ให้ลูกค้า แทนการสะสมแต้มแบบเดิม ๆ Read More »

3 ข้อดีของการมีพนักงานที่ดูดี

เคยไหมคะ ผลักประตูเข้าไปในร้านค้าแห่งหนึ่ง และพบว่าพนักงานทุกคนแต่งตัวดูดีและมีใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ใช้น้ำเสียงน่าฟังสอบถามความต้องการของคุณอย่างกระตือรือร้น เท่านี้ร้านค้านั้นก็ดูดีและดูแพงแล้วในสายตาของหลาย ๆ คน ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะอยู่ใน Segment ใด แต่ถ้าคุณมีพนักงาน แม้จะเพียง 1 คน หรือ 100 คน พนักงานทุกคนของคุณล้วนสะท้อนถึงแบรนด์ของคุณโดยตรง เราคงเคยสังเกต เวลาที่ลูกค้า Complain หรือมอบรีวิวที่ไม่ดีให้กับทางแบรนด์ ลูกค้าไม่ได้บ่นต่อว่าพนักงานที่ชื่อ A,B,C มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ง่ายไปกว่านั้นลูกค้าระบุชื่อแบรนด์ของคุณ เราเชื่อว่ามาถึงตรงนี้ คุณคงจะเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาพนักงาน “ผู้เล่นหลัก” คนสำคัญที่ขาดไม่ได้ ในการต่อยอดธุรกิจของคุณ AntiClassroon ขอหยิบยก 3 ข้อดีของการมีพนักงานที่ดูดี มาแบ่งปันสู่กันฟัง ซึ่งทั้ง 3 ข้อล้วนมีมูลค่าในระยะยาวต่อธุรกิจของคุณ 1. ช่วยสร้างความประทับใจแรก และ 2. สื่อสารภาพลักษณ์ของ Brand ได้เฉียบคมมากขึ้น เห็นผลที่เรานำข้อ 1 และ 2 วางไว้ด้วยกัน เพราะเราสามารถใช้ประโยชน์จากกันและกันได้ จากการเก็บข้อมูลพบว่าคนเราใช้เวลาเพียง 7 วินาทีในการสร้างความประทับใจแรกพบ …

3 ข้อดีของการมีพนักงานที่ดูดี Read More »

ผัดวันประกันพรุ่ง ไม่ใช่ความเกียจคร้าน

หากคุณติดอยู่ในวงจรของการผัดวันประกันพรุ่ง คุณอาจสงสัยว่า “ทำไมฉันถึงขี้เกียจขนาดนี้ ?” แต่ถ้าเราบอกคุณว่าความเกียจคร้านไม่ใช่สาเหตุของการผัดวันประกันพรุ่งล่ะ.. ความเกียจคร้านคือการที่ “ฉันไม่ได้สนใจที่จะคิดเรื่องนี้เลย” ไม่มี หรือไม่ทำ ฉันก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันกระทบอะไรกับชีวิตเท่าไหร่ แต่การผัดวันประกันพรุ่งคือ ‘ฉันหนักใจที่จะคิดเรื่องนี้” เพราะรู้ว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องสำคัญมาก คุณพอมองเห็นความแตกต่างแล้วหรือยัง สำหรับบางคน การผัดวันประกันพรุ่งนำมาซึ่งความรู้สึกผิดต่อตัวเอง ความวิตกกังวลและความเครียด การนอนไม่หลับ ความรู้สึกเหงา และอาจจะตามมาด้วยความยากลำบาก ความโกลาหลที่ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการเงินหรือความสัมพันธ์ มนุษย์เรามีเหตุผลในการผัดวันประกันพรุ่งแตกต่างกันออกไป คุณอาจลองหาเวลาที่ได้อยู่เงียบ ๆ ตามลำพัง ทำใจให้ผ่อนคลายและลองถามตัวเองดูว่าเพราะอะไรคุณจึงผัดวันประกันพรุ่ง เรามาลองดูสาเหตุความเป็นไปได้กัน 1. ความกลัว   สำหรับบางคนคุณอาจแปลกใจที่พบว่าเหตุผลเบื้องลึกของคุณคือความกลัว เช่นกลัวว่ามันจะออกมาไม่ดี กลัวที่จะล้มเหลว กลัวที่จะถูกเพื่อน ๆ คิดว่าคุณเปลี่ยนไป 2. ความเป็น Perfectionist   สำหรับบางคนอาจค้นพบคำตอบว่าคุณเป็นมนุษย์ประเภท Perfectionist ซึ่งแท้จริงแล้วก็เป็นคุณสมบัติที่ดีมาก ๆ และก็เป็นเหตุผลที่ทำให้คุณมาได้ไกลในหลาย ๆ มิติของชีวิต 3. มีพฤติกรรมเสพติดบางอย่าง   หรือสำหรับบางคน อาจกำลังมีพฤติกรรมเสพติดอะไรบางอย่างเช่นติดเกม …

ผัดวันประกันพรุ่ง ไม่ใช่ความเกียจคร้าน Read More »

ชีวิตดีขึ้น เมื่อปฏิเสธผู้อื่นเป็น

มีคำกล่าวจาก Mike Tyson ที่ว่า ถ้าคุณเป็นเพื่อนกับทุกคน เท่ากับคุณกำลังเป็นศัตรูกับตัวคุณเอง สำหรับพวกเราบางคน การกล่าวปฏิเสธถือเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ แม้เราจะรู้ว่าในหลาย ๆ ครั้งเราไม่อยากตอบรับคำชวนในวันหยุดของเรา ตอบรับการขอความช่วยเหลือ ในเรื่องที่เราคิดว่าไม่เหมาะสม แต่สุดท้ายสิ่งที่เราทำคือการตอบปากรับคำ แล้วก็มารู้สึกแย่ในตอนท้ายอยู่คนเดียว การเรียนรู้ที่จะพูดว่า “ไม่” เป็นทักษะสำคัญที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของเราได้อย่างมาก AntiClassroom ขอเชื้อเชิญให้พวกเรามาลองทำความเข้าใจผ่านมุมมองทางจิตวิทยาว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังความคิด ที่ทำให้เราไม่กล้ากล่าวคำปฏิเสธ อาจช่วยให้พวกเราสามารถก้าวข้ามสิ่งที่อาจจะเป็นภาพลวงตาเหล่านี้ และกล้าที่จะสื่อสารถึงความต้องการของตัวเองได้มากขึ้น 1. ไม่กล้าปฏิเสธเพราะกลัวไม่เป็นที่ยอมรับ พวกเราหลายคนอาจกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องการการสนับสนุนจากผู้อื่น เช่นต้องการผ่านโปร ต้องการที่จะเข้ากับเพื่อนในที่ทำงานใหม่ ต้องการความเชื่อมั่นจากผู้ใหญ่คนสำคัญ เป็นต้น โดยไม่รู้ตัว เราเริ่มจัดลำดับความต้องการของผู้อื่นมาเป็นอันดับ 1 และหวังว่าหากเราให้ความช่วยเหลือพวกเขา ตอบสนองพวกเขา สถานะทางสังคมของเราก็จะเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ราบรื่นมากขึ้น   2. ไม่กล้าปฏิเสธเพราะกลัวการรู้ความสึกผิด ความรู้สึกผิดบางอย่างที่เกิดขึ้นในใจ มีผลต่อความคิดในยามที่เราต้องการจะปฏิเสธ อารมณ์เหล่านี้อาจเกิดขึ้นจากความเชื่อของเราที่มีต่อตัวเองและผู้อื่น เช่นระหว่างลูกและพ่อแม่ ระหว่างสามี ภรรยา หรืออาจเกิดจากความคาดหวังของสังคม หรือจากประสบการณ์ในอดีต   3. ไม่กล้าปฏิเสธเพราะไม่รู้วิธีปฏิเสธอย่างเหมาะสม ปัญหาสำหรับบางคนคือการขาดทักษะในการกล้าแสดงออกถึงความต้องการของตัวเอง ซึ่งทำให้การเรียบเรียงเพื่อสื่อสารความรู้สึกนึกคิดของตัวเองถือเป็นเรื่องท้าทาย นั่นรวมไปถึงยามที่ต้องสื่อสารว่าเราไม่ต้องการทำอะไรบางอย่างด้วย   …

ชีวิตดีขึ้น เมื่อปฏิเสธผู้อื่นเป็น Read More »

เรื่องเล่าของ Anatomy of Leadership

เชื่อว่าเราเองต่างก็เคยมีประสบการณ์ในทำนองที่ว่า พอผ่านมาและมองย้อนกลับไปแล้ว ตอนนั้นไม่น่าต้องคิดมากขนาดนั้น เช่น วิตกกังวลเกี่ยวกับความก้าวหน้าของตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองมักจะอยู่รั้งท้ายเสมอ แต่วันหนึ่งทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง และเป็นไปได้ด้วยดี หรือคิดว่าเพื่อนร่วมงานไม่ชอบเรา ไม่มีใครอยากคุยกับเราเพราะเราคุยไม่เก่ง แต่เมื่อมีโอกาสได้ลองพูดคุยกันดูก็รู้สึกว่าน่าจะกล้าเป็นฝ่ายลองทักทายเพื่อน ๆ ก่อนไปตั้งนานแล้ว ซึ่งความเครียดหรือความทุกข์เกินจำเป็นนี้ ไม่เพียงแต่ส่งผลให้เรารู้สึกแย่กับตัวเอง คุณแดเนียล นักจิตวิทยาองค์กร และที่ปรึกษาธุรกิจ เคยแบ่งปันกับผู้เข้าอบรมเวิร์กชอป Anatomy of Leadership ว่า ในขณะที่เราเครียด ร่างกายของเรายังหลั่งฮอร์โมนที่ชื่อว่า Cortisol ออกมาอีกด้วย ซึ่งถ้ามีการหลั่งติดต่อกันเป็นเวลานานจะส่งผลให้ร่างกายทำงานได้ด้อยประสิทธิภาพกว่าที่ควรเป็น เช่นถ้าเป็นแผลก็จะหายช้า ภูมิคุ้มกันตก เจ็บป่วยง่ายขึ้น บ่อยขึ้น (และในทางกลับกัน ถ้าเราเป็นคนที่รู้จักวางแผน ไม่ว่าจะเป็นแผนระยะสั้น หรือระยะยาว และสามารถมองเห็นความก้าวหน้าของตัวเองได้ในทุก ๆ วัน ร่างกายของเราก็จะหลั่งฮอร์โมน Serotonin ที่ช่วยให้เรารู้สึกสงบนิ่ง ปิติสุข รู้สึกเอาโลกอยู่มากขึ้น เป็นผลมาจากที่เราเข้าใจในความเป็นไปของสิ่งต่าง ๆ เช่นปัจจัยของความสำเร็จที่มาจากการพักผ่อนที่เพียงพอ การเข้าใจว่าแรงจูงใจในการทำงานของเราคืออะไร ของทีมงานคืออะไร ควรวางเป้าหมาย ซอยเป้าหมายอย่างไร ให้ทุกคนสำเร็จไปพร้อม ๆ กัน และเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น …

เรื่องเล่าของ Anatomy of Leadership Read More »

ความลับของ Service Excellent ของพนักงานจาก ​Disneyland

ดิสนีย์แลนด์เป็นหนึ่งในสถานที่ที่แพงที่สุดในโลก อย่างน้อยก็สำหรับวันหยุดพักผ่อน อะไรทำให้พวกเขาเก่งถึงขนาดที่ผู้คนที่ทำงานหนักจากทั่วทุกมุมโลก ถึงกับกันงบส่วนหนึ่งไว้ บางก็ครั้งเป็นเวลาหลายปี เพื่อพวกเขาจะได้พาครอบครัวไปเที่ยว อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งในชีวิต ดิสนีย์ทำอย่างไร ?

ต้องทำอย่างไรจึงจะเกิดความรัก ความสามัคคีในองค์กร ?

ต้องทำอย่างไรจึงจะเกิดความรัก ความสามัคคีในองค์กร ?

นี่อาจเป็นคำถามที่เจ้าของธุรกิจเคยถามตัวเอง แต่ก่อนจะไปถึงวิธีการ ในมุมของเจ้าของธุรกิจแล้ว เราต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าคุณค่าหลัก (Core Value) ของเราคืออะไร เช่นความซื่อสัตย์ ความปลอดภัย