มีแนวคิดที่ว่าผู้ที่มีบุคลิกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้ง่าย ชอบหยิบยื่นความช่วยเหลือ มักจะถูกผู้คนเอาเปรียบ ไม่เหมาะกับการเป็นผู้นำ แต่จากการศึกษาของ Andrew B. Blake ผู้เชี่ยวชาญแผนกกลยุทธ์ นวัตกรรม สำหรับผู้ประกอบการจากมหาวิทยาลัยอาร์คันซอ และคณะ พบว่าการแสดงออกถึงความเห็นใจผู้อื่น(Empathy) มีผลดีต่อการเป็นผู้นำ ในมุมที่เราอาจไม่เคยได้นึกถึงมันมาก่อนถ้าไม่มีตัวอย่างที่ชัดเจนให้ได้นึกถึง แต่ก่อนอื่น ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น Andrew แบ่งปันข้อมูลว่าเพราะพวกเขา
- ให้ความสำคัญกับความต้องการและความเป็นอยู่ที่ดีของคนรอบข้าง
- เป็นผู้ที่ประพฤติตัวตามหลักศีลธรรม
- ใช้วิธีการแก้ไขความขัดแย้งที่เน้นการประนีประนอม ไม่ชอบการครอบงำผู้อื่น
จาก 3 คุณสมบัติดังกล่าวเมื่อมองในมุมของหลักจิตวิทยาแล้วมันตอบสนองสิ่งที่ผู้คนต่างต้องการจากความสัมพันธ์ มันทำให้เรารู้สึกมอบความไว้วางใจ กล้าเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงให้กับบุคคลลักษณะนี้ได้
เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เรามาดู 2 ตัวอย่างผู้นำที่ขึ้นชื่อเรื่องการมี Empathy ในหมู่พนักงานและลูกค้าของพวกเขา
1 Satya Nadella CEO ของ Microsoft

แม้แต่ Nadella เองก็ยังกล่าวว่าการแสดงออกถึง Emphaty นั้นถือเป็นคุณสมบัติที่ไม่ค่อยพบเห็นในคุณลักษณะเด่นที่ CEO มักจะมีเหมือน ๆ กัน อย่างไรก็ตามความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นไม่ได้ถูกนำเสนอออกมาเป็นแนวคิดที่แยกจากกัน แต่เป็นองค์ประกอบที่ผสานรวมเข้ากับกลยุทธ์ทั้งหมดของเขาในการเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และทำงานย้อนกลับจากความต้องการของลูกค้าและคิดหาวิธีที่จะตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้ ในมุมมองของ Nadella ความสามารถในการเห็นอกเห็นใจคือขุมทรัพย์แห่งการค้นพบนวัตกรรม
“ สิ่งหนึ่งที่ผมเข้าใจได้ก็คือ หากผมมองไปที่ธุรกิจหลักของ Microsoft ก็คือความสามารถในการตอบสนองความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองหรือไม่ได้ระบุของลูกค้า และไม่มีทางเลยที่เราจะประสบความสำเร็จได้หากเราไม่ลองใส่รองเท้าของเขาดู ”
* การสวมรองเท้าของคนอื่นหมายถึง การพยายามจินตนาการว่าคุณจะรู้สึกหรือทำอย่างไรหากคุณอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับเขา
2 Tim Cook (CEO ของ Apple)

Tim Cook ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้นำที่มีความสนใจในความเป็นอยู่ของพนักงานและสังคม เขาได้นำ Apple ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากหลังการเสียชีวิตของ Steve Jobs เขายกย่องความพยายามและความพยายามทั้งหมดที่ Jobs ผู้ล่วงลับได้ทำ แต่สไตล์ของเขานั้นแตกต่างอย่างมาก Cook ยินดีที่จะไปที่ร้าน Apple โดยใช้การสื่อสารที่เปิดกว้างและการฟังความคิดเห็นของพนักงานและลูกค้า และสัมผัสถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในระดับพื้นฐาน
“ ผมไม่ได้กังวลว่า AI จะมีความสามารถในการคิดเหมือนมนุษย์ แต่ผมกังวลมากกว่าว่ามนุษย์จะประมวลผลสิ่งต่าง ๆ เหมือน AI และแสดงออกมาโดยปราศจากการเห็นคุณค่าซึ่งกันและกันหรือความเห็นอกเห็นใจ และไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา ”
แม้ว่า Nadella และ Cook จะมีทรัพยากรที่ใหญ่กว่าบริษัทส่วนใหญ่ ผู้นำทั้ง 2 ต่างก็ใช้ Empathy เป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร ดังนั้นไม่ว่าองค์กรคุณจะมีขนาดเท่าใด การที่คุณพยายามแสดงให้พนักงานเห็นว่าคุณได้ยินพวกเขา เข้าใจพวกเขา และใส่ใจพวกเขา จะช่วยคุณไม่เพียงแต่ค้นพบความเป็นไปได้ใหม่ ๆ มันช่วยในการรักษาบุคลากรที่มีความสามารถให้อยู่กับคุณไปนาน ๆ นอกจากนี้ การที่ผู้นำเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างในการรับฟังซึ่งกันและกัน ทั้งในหมู่พนักงานและตัวลูกค้า ก็จะช่วยให้คุณเป็นผู้นำในการเรียนรู้ข้อมูลได้ไว และตอบสนองความต้องการที่ตรงจุดได้อย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
สุดท้ายนี้เมย์เชื่อว่าการแสดงออกถึง Empathy จากตัวของผู้นำแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีในตัวเอง แต่การใช้ Empathy กับเรื่องที่ไม่ถูกต้องต่างหากคือสิ่งที่ผู้นำควรระวัง ดังนั้นหากคุณพบเจอสถานการณ์ที่รู้สึกว่ายังไม่แน่ใจว่าควรจะแสดงออกอย่างไรดี คุณสามารถที่จะใช้เวลาคิดทบทวนก่อน และแสดงจุดยืนอีกครั้งหลังจากที่ตกผลึกแล้ว อาจเป็นการกระทำที่ให้ผลลัพธ์ในทางที่ดีกับคุณมากกว่า 😊
แล้วคุณล่ะ คิดว่าตัวเองเป็นผู้นำแบบไหน หรืออยากมีภาวะผู้นำแบบใด หากคุณต้องการเสริมสร้างภาวะผู้นำเพื่อบรรลุเป้าหมายต่าง ๆ ในชีวิต ด้วยวิธีที่ถูกต้อง ยั่งยืน ด้วยชุดความคิดและวิธีประมวลผลแบบเดียวกันกับบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ถูกต้องหลักจิตวิทยา ไม่ใช่การ Motivation ที่ได้ผลในระยะสั้น กดเพิ่มเพื่อนเข้ามาพูดคุยสอบถามเวิร์กชอป Signature ของเรา ในหัวข้อ Anatomy of Leadership กับเมย์ได้ที่
References:
https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1048984321000989
https://knowledge.wharton.upenn.edu/article/microsofts-ceo-on-how-empathy-sparks-innovation/
https://www.gadgets360.com/others/news/tim-cook-mit-ai-people-thinking-like-computers-1711107

