ลูกค้าที่เงียบที่สุด อาจเป็นลูกค้าที่พร้อมซื้อที่สุด

ลูกค้าที่เงียบที่สุด อาจเป็นลูกค้าที่พร้อมซื้อที่สุด

เวลาพูดถึง “ลูกค้าที่อยากได้แต่ลังเล” หลายคนมักนึกถึงคนที่ซักถามเยอะ ต้องการรายละเอียดทุกจุด และเปรียบเทียบตัวเลือกไม่รู้จบ แต่ในความเป็นจริง ลูกค้าบางคนที่เงียบที่สุด อาจเป็นคนที่พร้อมจ่ายมากที่สุด

พวกเขาอาจไม่ได้พูดถึงข้อกังวลโดยตรง แต่ลึก ๆ แล้ว พวกเขากำลังประเมินทุกอย่างอยู่เงียบ ๆ และกำลังรอให้คุณตอบคำถามที่พวกเขายังไม่ได้เอ่ยออกมา

 

1. คนที่ไม่พูด ไม่ได้แปลว่าไม่มีคำถาม

บางครั้งลูกค้าเลือกที่จะเงียบ ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่มีข้อสงสัย แต่เพราะพวกเขา

  • ยังไม่มั่นใจพอ ที่จะถาม
  • กลัวว่าคำถามของพวกเขาจะดูไม่ฉลาดพอ
  • รอดูว่าคุณจะเข้าใจพวกเขาได้เองหรือไม่

ในช่วงเวลานี้ การอ่าน “ภาษากาย” และ “สัญญาณที่ไม่ถูกพูดออกมา” เป็นสิ่งสำคัญกว่าการพยายามขาย หากคุณเอาแต่พูดถึงข้อดีของสินค้าโดยไม่สังเกตว่าลูกค้ากำลังคิดอะไร คุณอาจพลาดจังหวะสำคัญไป

 

2. การเจรจาต่อรองไม่ได้อยู่ที่คำพูด แต่อยู่ที่ความเข้าใจ

การเจรจาต่อรองที่มีประสิทธิภาพไม่ได้หมายถึงการพูดเก่ง หรือการใช้เทคนิคการขายแบบรุกหนัก แต่หมายถึง การรู้ว่าลูกค้ากำลังต้องการอะไร ก่อนที่พวกเขาจะพูดออกมา

ลูกค้าที่เงียบมักใช้ “การฟัง” และ “การสังเกต” เพื่อประเมินว่าคุณเป็นคนที่พวกเขาควรเชื่อถือหรือไม่ ถ้าคุณเอาแต่พูดโดยไม่ให้พวกเขามีพื้นที่คิด พวกเขาจะยิ่งปิดตัวมากขึ้น

สิ่งที่ควรทำคือ

  • ให้พื้นที่เงียบ เพื่อให้ลูกค้าคิด ไม่ต้องเร่งรีบพูดแทรก
  • สังเกตสีหน้า แววตา และพฤติกรรมของลูกค้า แทนที่จะคาดเดาเอาเอง
  • ใช้คำถามที่ช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้าพูดออกมา เช่น

“มีอะไรที่คุณกำลังพิจารณาอยู่ไหม”

“สิ่งที่คุณกังวลที่สุดเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งนี้คืออะไร”

 

3. ลูกค้าบางคนรอให้คุณช่วยพวกเขาคิด ไม่ใช่รอให้คุณขาย

ลูกค้าหลายคนที่เงียบ อาจยังไม่ได้ตัดสินใจว่าพวกเขาต้องการอะไรแน่ชัด แต่มีธงว่าอยากได้อะไรสักอย่างในใจแน่ๆ พวกเขาแค่กำลังประเมินทางเลือก และรอให้คุณช่วยทำให้มัน “ชัดเจนขึ้น”

เทคนิคการขายที่ได้ผลในสถานการณ์นี้คือ

  • แทนที่จะพยายามปิดการขาย ให้ช่วยลูกค้าคิด
  • สรุปข้อมูลสำคัญให้สั้นและกระชับ แทนที่จะให้ลูกค้าต้องไล่หาคำตอบเอง
  • แสดงให้ลูกค้าเห็นว่าคุณเข้าใจเขา ไม่ใช่แค่พยายามจะขาย

ลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่ข้อมูลที่มากขึ้น แต่ต้องการ “ข้อมูลที่ใช่” ที่จะทำให้พวกเขามั่นใจพอจะตัดสินใจ

 

4. ถ้าคุณสามารถตอบคำถามที่ยังไม่ถูกถามได้ก่อน คุณจะได้ใจลูกค้า

ลองคิดถึงเวลาที่คุณไปซื้อของ แล้วมีพนักงานที่สามารถให้คำตอบกับข้อสงสัยของคุณได้ โดยที่คุณยังไม่ได้เอ่ยปากถาม นั่นคือความแตกต่างระหว่าง “เซลล์ที่พยายามขาย” กับ “ที่ปรึกษาที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”

สิ่งที่ควรโฟกัสคือ

  • การใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ลูกค้ากังวล
  • การใช้คำพูดที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า พวกเขามีอำนาจในการตัดสินใจ ไม่ใช่ถูกบังคับให้เลือก
  • การทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัย ว่าพวกเขาสามารถถามอะไรได้โดยไม่ต้องรู้สึกกดดัน

สรุป

  • ลูกค้าที่เงียบที่สุด อาจเป็นคนที่มีกำลังซื้อ พร้อมจ่าย
  • การเจรจาต่อรองที่ดีไม่ได้อยู่ที่การพูดเก่ง แต่อยู่ที่การเข้าใจความต้องการที่ยังไม่ถูกพูดออกมา
  • เทคนิคการขายที่มีประสิทธิภาพ คือการช่วยลูกค้าคิด ไม่ใช่แค่พยายามปิดดีล
  • ถ้าคุณสามารถตอบคำถามที่ยังไม่ถูกถามได้ก่อน คุณจะได้ใจลูกค้า

อยากพัฒนาทีมขายของคุณให้เข้าใจลูกค้าเชิงลึก และสามารถอ่านความต้องการของลูกค้าได้ก่อนที่พวกเขาจะเอ่ยปาก?

เข้าร่วม Corporate Training Program กับเราได้เลย

Line @anticlassroom มี “@” นำหน้า หรือกด