ว่าด้วย Routine ของผู้บริหารหญิงอาณาจักรอาหารเสริม THE NA THAILAND - AntiClassroom

ว่าด้วย Routine ของผู้บริหารหญิงอาณาจักรอาหารเสริม THE NA THAILAND

เมื่อนึกถึงแบรนด์อาหารเสริมของคนไทยอันดับต้น ๆ ที่มีภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ ทันสมัย และช่างใส่ใจ THE NA THAILAND นับได้ว่าเป็น Top of Mind Brand ของผู้บริโภคยุคใหม่ และอาจจะรวมไปถึงผู้ที่หมายมั่นว่า วันหนึ่งอยากสร้างแบรนด์สินค้าอาหารเสริมของตัวเองให้ที่เป็นที่รู้จัก รัก และจดจำได้ดุจเดียวกันนี้

แน่นอนว่าเบื้องหลังของความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา ย่อมมีบุคคลที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ วันนี้เมย์ได้รับโอกาสจาก “คุณเกรซ” ปิยธิดา บำรุงรักษ์ CEO แห่ง THE NA THAILAND และเป็นอีก 1 ในผู้ร่วมเวิร์กชอป Anatomy of Leadership ให้เกียรติมาแบ่งปันมุมมอง แนวคิด เทคนิคการจัดการของผู้นำหญิงยุคใหม่ที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มและพลัง

ขอบคุณคุณเกรซที่อยู่กับเมย์ในวันนี้ ขอเริ่มคำถามว่า คุณเกรซเกิดและเติบโตที่ไหน ชีวิตในวัยเด็กเป็นอย่างไรบ้างคะ 

สวัสดีค่ะ เกรซเกิดที่อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ค่ะ สาวบนดอยที่ห่างไกลจากตัวเมือง 126 กิโลเมตร เกรซโตมากับวิถีพ่อค้าแม่ค้าตั้งแต่เด็ก  ไม่มีแม้แต่ต้นทุนที่จะเป็นบันไดต่อมาจนถึงวันนี้ได้ อาศัยความตั้งใจฝึกฝนอย่างมาก ทำให้ไขว่คว้าหาทุนเรียนตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ด้วยความมุ่งมานะ ความขยันจนได้เข้ามาเรียนในเมืองเมื่ออายุ 18 ปี เกรซเริ่มต้นด้วยงานขายของริมถนน เติบโตกับการขายสินค้ามือสอง ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยเรื่อยมา 

ในขณะที่เรียนอยู่ปี 4 ได้มีโอกาสฝึกงาน จำได้ว่าช่วงที่เรียนนั้นมีรุ่นพี่ที่เราได้ฝึกงานด้วย เขาเล่าให้ฟังว่าเขาผ่อนบ้านเดือนละแสน เรานี่ตาวาวเลย รู้สึกว่าเขาเก่งจังที่ผ่อนบ้านหลังละ 3 – 4 ล้านได้ในไม่กี่ปี จึงเป็นเป้าแรกที่คุยกับแฟนว่า เราจะทำแบบนี้ให้ได้  จากนั้นเกรซหาทุกตำรา อ่านประวัติของคนที่สำเร็จ เพื่อนเที่ยว เราทำงาน เพื่อนเที่ยว เราทำงาน เรามีคาถา 3 ข้อ 

  1. เวลาเราพัก นาทีชีวิตกำลังแล่นอยู่
  2. เวลาเราเล่น นาทีชีวิตกำลังแล่นอยู่
  3. เวลาเราขี้เกียจ นาทีชีวิตกำลังแล่นอยู่

อยากมีอนาคตแบบนี้ คือการตัดสินใจการกระทำในนาทีนี้ จำไว้เท่านี้เท่านั้น 

เกรซทำงานตั้งแต่เด็ก มีลูกค้าที่ติดเรามาก ติดเราหาอะไรมาขายให้ลูกค้าที่มีอยู่ใน MSN เขาถึงกับเอาหมด เหมาหมด อยากได้อะไรก็มาบอกให้เราช่วยหาของให้หมด 

เป็นจุดเชื่อมต่อที่ดีมากเลยค่ะ ทำให้พวกเราได้รู้จักคุณเกรซมากขึ้นด้วย เมย์ชอบคาถา 3 ข้อนี้มากเลยนะคะ ขออนุญาตถามต่อ การที่คุณเกรซเรียนรู้การทำงานมาตั้งแต่เด็ก จนถึงปัจจุบัน ท่ามกลางกระแสการทำงานหนักในยุคปัจจุบันของผู้บริหาร ทำให้ผู้บริหารหลายท่านพักผ่อนน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ ในฐานะที่คุณเกรซเป็นผู้บริหารระดับสูง ที่ทำงานแทบจะตลอดเวลา และยังอยู่ในสายงานด้านสุขภาพอีกด้วย คุณเกรซมีความคิดเห็นต่อมุมมองนี้อย่างไรบ้าง

เกรซมองว่าการนอนหลับมีผลมาก ๆ กับพลังศักยภาพอารมณ์ การตัดสินใจ สุขภาพร่างกาย สติ สมาธิในการรับมือต่อเรื่องต่างๆที่เข้ามา และแต่เดิมเลยค่ะที่เกรซเป็นคนนอนยากมาก ชอบนอนฝัน ตื่นก็บ่อย ลุกขึ้นมาฉี่บ่อย ต้องบอกว่าช่วงนั้นสุขภาพย่ำแย่ ฉุนเฉียวง่าย ผิวพรรณแก่ไปกว่าวัยจริง ๆ ค่ะ

ตอนนี้เลยมาฝึกโดยการงดเล่นโซเชียลปิดสวิตช์เรื่องไม่จำเป็นก่อนนอน  อ่านหนังสือ และนั่งสมาธิวันละ 10 นาที ถ้าหากมีงานอะไรที่คิดว่าจะวุ่นวายจัดระเบียบไม่ได้ จะนำมาจดไว้ในกระดาษ ค่อยแยก ๆ ไหนปัญหา ความกังวล วิธีแก้ หากยังคิดไม่ออกก็ขอนอนก่อนค่ะ

ชอบมากเลยค่ะ เมย์เห็นด้วยว่าเทคนิคการนำมาจดไว้ในกระดาษ ในทางจิตวิทยาแล้วถือว่าเป็นการจัดการความคิด ความรู้สึกวิตกกังวลที่เรามีอยู่ในหัว และเรียบเรียงออกมา ซึ่งทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้เมย์อยากให้คุณเกรซเล่าถึง Morning Routine และ Evening Routine ให้พวกเราฟังหน่อยค่ะ

เกรซเชื่อว่าคุณภาพชีวิตที่ดีเริ่มจากการวางแผน จัดสรร ชีวิต จัดสรรเวลา ตั้งแต่ตอนก่อนนอนค่ะ อย่างเช่นตัวเกรซเองจะตื่นเช้า 6 โมง ทำอาหาร ส่งลูก ไปโรงเรียน หลังจากนั้นจะกลับมาจัดการที่ติดค้างตอนกลางคืนเมื่อวานไม่เกิน 1 ชม. อาบน้ำ แต่งตัว เข้าออฟฟิศทำงานค่ะ

เริ่มจากตอนเช้า การทำงานเกรซก็จะแบ่งประเภทของงานที่จะทำในแต่ละวัน เวลาไหนทำงานที่ต้องตัดสินใจ วันไหนจะทำงานวางแผน วันไหนจะออกหน้าสื่อ ค่อนข้างชัดเพื่อปรับสมดุลการทำงานให้ร่างกายไปด้วยในตัวค่ะ

ส่วนตอนเย็นจะมาเป็น Routine รับลูก สอนการบ้านลูก รวมถึง หาวิชาความรู้เพื่อศึกษาของตัวเอง และออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ฟังเพลง จัด Routine ให้แต่ละวันเราสะสมพลังงานดี ๆ

ไปต่อกันที่ คำแนะนำเกี่ยวกับ “ภาวะผู้นำ” ที่ดีที่สุด ที่คุณเกรซเคยได้รับมา

ผู้นำต้องรู้ว่าเวลาไหนควรบุก เวลาไหนควรถอย มองเห็นภาพรวมของสถานการณ์ กล้าตัดสินใจเพื่อประโยชน์ของภาพใหญ่ในองค์กร และนั่นหมายถึงการที่เราอาจจะต้องยอมเสียผลประโยชน์ หรือความสุขที่เป็นส่วนตัวของตัวผู้นำเองในบางครั้งด้วยค่ะ

ในบทบาทของผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารเสริมของประเทศ อยากให้คุณเกรซช่วยแนะนำ 3 คำถาม ที่ผู้บริโภคควรในยุคนี้ ควรจะถามตัวเองก่อนตัดสินใจบริโภคอาหารเสริมตัวหนึ่งติดต่อกันทุกวันค่ะ

ยินดีมากค่ะ ขอเริ่มจาก

1. แบรนด์นั้นเข้าใจปัญหาที่เรากำลังเจอจริงๆไหม?

เพราะอาหารเสริมที่สร้างขึ้นมาจากทฤษฎีจากตำราเพียงอย่างเดียว กับ มีประสบการณ์หรือความเข้าใจของผู้พัฒนาเข้าไปด้วย ผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ

2. แบรนด์ที่เราเลือกทานเค้าขายแค่อาหารเสริม หรือ มีทีมผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาเราได้ด้วย ?

ในยุคที่มีอาหารเสริมให้เลือกหลายพันแบรนด์ ความแตกต่างจึงกลายเป็นเรื่องของการบริการหลังการขายค่ะ

3. มีผลลัพธ์จากผู้ใช้จริงที่มีปัญหาเหมือนกับเราไหม ?

เพราะอาหารเสริมแต่ละแบบ ก็เหมาะกับคนแต่ละคน แม้แต่วิตามินก็ไม่ได้เห็นผลเท่ากันกับคนทุกช่วงวัย เราอาจจะต้องดูว่าในบรรดารีวิวมีลูกค้ามีผลลัพธ์ของคนที่มีพฤติกรรมหรือลักษณะคล้ายๆเราบ้างไหม ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อค่ะ

ถือเป็น 3 ข้อที่เมย์เชื่อว่าช่วยให้ผู้บริโภคมี Citeria ที่ดีที่ช่วยให้เขาใช้เวลาน้อยลงในการหาอาหารเสริมที่เหมาะกับตัวเอง และคนในครอบครัวจริง ๆ ค่ะ ขอขอบคุณคุณเกรซมากเลยค่ะ สำหรับคำถามสุดท้าย เมย์ขอถามเผื่อเจ้าของธุรกิจในแวดวงเดียวกันนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดสุขภาพในปี 2023 ในบ้านเรา คุณเกรซคิดว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ผู้ประกอบการทั้งหน้าใหม่หน้าเก่าควรคำนึงถึงในการพัฒนาสินค้าบริการ

สำหรับเกรซปัจจัยสำคัญคือการพยายามเข้าใจว่าลูกค้ามีความต้องการไม่เหมือนกัน แล้วตอบตัวเองให้ได้ว่าเราเกิดมาเพื่อลูกค้ากลุ่มไหน แล้วเราจะสื่อสารกับเค้าด้วยวิธีไหน ด้วยแพลตฟอร์มอะไร ลักษณะคอนเทนต์ยังไง หรือแม้กระทั่งเมื่อไหร่ที่เค้าอยู่ในอารมณ์ที่จะรับฟังเรามากที่สุดค่ะ

ท้ายที่สุดนี้ เมย์ขอขอบคุณคุณเกรซอีกครั้งที่เปิดโอกาสให้พวกเราได้รู้จักกันมากขึ้น และยังแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัวที่เชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารหญิงยุคใหม่หลาย ๆ คนที่มีความรับผิดชอบสูงที่อยากประสบความสำเร็จ 😊

สำหรับท่านที่อยากรู้จัก THE NA THAILAND มากขึ้น สามารถศึกษาข้อมูลต่อได้ที่ https://www.nathailand.com/ หรือแอด LINE OA ได้ตาม QR Code ด้านล่างนี้ค่ะ